ศูนย์ลดน้ำหนักและสุขภาพออนไลน์ Healthy Clinic
"เคล็ดลับลดน้ำหนัก ลดความอ้วนและดูแลสุขภาพเพื่อคุณ"
 

โรคพาร์กินสัน

#
ผู้สนับสนุน
1
   - ทำงานอยู่ที่บ้าน
2
   -ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน

โรคพาร์กินสัน


โรคพาร์กินสัน
 
        โรคพาร์กินสัน เป็นโรคทางระบบประสาทที่ พบได้บ่อย เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ คนไทยเรียกว่าโรคสั่นสันนิบาต โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่รู้จักกันครั้งแรกในวงการแพทย์ในปี พ.ศ. 2360 หรือเกือบ 200 ปีมาแล้ว โดยนายแพทย์เจมส์ พาร์กินสัน ชาวอังกฤษ เป็นผู้รายงานโรคพาร์กินสันเป็นคนแรก
บุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นโรคพาร์กินสัน ได้แก่ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 มูฮัมหมัด อาลี ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ยัสเซอร์ อาราฟัต ดัดลีย์ มัวร์ จอนนี่ แคช
โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสียสมดุลของสารโดปามีนในสมอง เซลล์สมองส่วนที่สร้างโดปามีนตายไปมากกว่าร้อยละ 80 โดปามีนเป็นสารเคมีในสมอง ทำหน้าที่ควบคุมระบบการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อสมองขาดโดปามีน จึงเกิดอาการเคลื่อนไหวผิดปกติขึ้น

กลไกการเกิดโรค
โรคพาร์กินสันเกิดจากการตายของเซลล์สมองที่เรียกว่า Substantia nigra pars compacta (SNpc) สาเหตุการตายของเซลล์มีหลายทฤษฎี ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในปัจจุบัน คือทฤษฎีออกซิเดชั่น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุ ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมบางอย่าง และอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสบางชนิด
สารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ได้แก่ โดปามีน และอะซิทิลโคลีน ซึ่งอยู่ในภาวะสมดุล เมื่อเซลล์สมองที่สร้างโดปามีนตายไป สมดุลดังกล่าวก็เสียไป ร่างกายจึงเกิดความผิดปกติขึ้น ปรากฏเป็นอาการของโรคพาร์กินสัน

อาการของโรค
โรคพาร์กินสันทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางระบบประสาทที่เด่นชัด 3 ประการ ได้แก่ อาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้า อาการสั่น มักเกิดขึ้นขณะอยู่เฉยๆ มีลักษณะเฉพาะคือ สั่นมากเวลาอยู่นิ่งๆ แต่ถ้าเคลื่อนไหว หรือยื่นมือทำอะไร อาการสั่นจะลดลงหรือหายไป มักเกิดขึ้นที่มือข้างใดข้างหนึ่ง สังเกตได้จากมือสั่นเวลาผู้ป่วยเดิน อาการเกร็ง มักมีอาการแข็งตึงของแขนขา และลำตัว ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ปวดตามกล้ามเนื้อ อาการเคลื่อนไหวช้า ทำอะไรช้าลงไปจากเดิมมาก ไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม เดินช้าและงุ่มง่าม แบบสโลว์โมชั่น สังเกตได้ว่าแขนไม่แกว่ง และผู้ป่วยมักบ่นว่าแขนขาไม่มีแรง

การวินิจฉัยโรค
โดยทั่วไปหากผู้ป่วยปรากฏอาการชัดเจน สามารถวินิจฉัยได้จากลักษณะอาการและการตรวจร่างกายทางระบบประสาทอย่าง ละเอียด การตรวจภาพรังสีและการตรวจเลือดไม่ช่วยในการวินิจฉัยโรค อาจใช้เพื่อวินิจฉัยแยกโรคในบางรายเท่านั้น
ระยะแรกเริ่ม อาจวินิจฉัยยาก จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคก่อนเสมอ
ผู้ที่สงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยา หรือที่เรียกว่าประสาทแพทย์ (neurologist)

สิ่งที่มักเข้าใจผิด
  1. เข้าใจผิดว่าโรคพาร์กินสันรักษาให้หายขาดได้ไม่ยาก จริงๆแล้วการใช้ยาในโรคพาร์กินสัน มีความยุ่งยากหลายประการ ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเมื่อใช้ยาไปแล้ว การตอบสนองของยาอาจจะไม่ดีเหมือนเมื่อเริ่มรักษา การปรับเปลี่ยนชนิดและขนาดของยาจึงมีความสำคัญมาก และแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ในอดีตโรคนี้รักษาไม่ได้ และทำให้มีอาการเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถเคลื่อนไหวไม่ได้ ผู้ป่วยต้องนอนอยู่กับเตียงตลอด จนในที่สุดก็จะเสียชีวิตเพราะโรคแทรกซ้อน ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถรักษาโรคนี้ได้อย่างดี ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันดีขึ้นมาก
  2. เข้าใจผิดว่าคนไทยไม่ค่อยเป็นโรคพาร์กินสัน สถิติอุบัติการณ์เกิดโรคนี้จะพบราว 1-5 % ในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี
  3. ในอดีตเข้าใจผิดว่าโรคพาร์กินสัน มีความผิดปกติที่ไขสันหลัง แต่ในปัจจุบันเป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่า พยาธิสภาพของโรคพาร์กินสัน เกิดขึ้นที่ในเนื้อสมองส่วนลึก
  4. อาการของโรคพาร์กินสันในระยะแรก แพทย์อาจยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้ เมื่อติดตามผู้ป่วยไปสักระยะหนึ่ง อาการต่างๆถึงจะปรากฏเด่นชัดขึ้น
 

ข้อมูลโรคอื่นๆ

 
 
 


โรคพาร์กินสัน
คำค้นยอดนิยม

ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดัน อาหารลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ลดขา วิธีลดน้ำหนัก คอลลาเจน ท้องผูก เพิ่มน้ำหนัก ลดแขน เนเจอร์กิฟ คลอโรฟิลล์ สูตรลดน้ำหนัก กลูตาไธโอน กลูต้าไธโอน glutathione ลดน่อง ลดพุง nature gift นิวทริไลท์ nutrilite กาแฟลดน้ำหนัก แบรนด์ brand's Kristie France California WOW Marie France Bodyline Slim Up Center ลดความอ้วน ลดพุง ลดความอ้วน
Copyright © 2012 http://www.healthyclinic.net/index.php