
|   |
หญิงเสี่ยง อาการบ้านหมุน กว่าชาย 2 เท่า |
# |
ผู้สนับสนุน |
|
1
|
  
งานเสริมนอกเวลา
   - ทำงานอยู่ที่บ้าน
|
|
2
|
  
รายได้เสริมหลังเลิกงาน
   -ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน
|
|
|
หญิงเสี่ยง อาการบ้านหมุน กว่าชาย 2 เท่า |
|
| บ้านหมุน ย� อาการน่ารำคาญที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันย� การทำงานย� เนื่องจากเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน การทรงตัวไม่สมดุลย�ย� แพทย์เผยผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่าย� กลุ่มเสี่ยงควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ย� งดสูบบุหรี่ และพักผ่อนให้เต็มที่ พญ.ย� อภิวัฒนเสวีย� ศัลยแพทย์ด้าน หู คอ จมูก เชี่ยวชาญการผ่าตัดช่องจมูกและไซนัส โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า โการเวียนศีรษะ (Vertigo) มักจะเกิดจากการที่มีอาการหมุนหรือเคลื่อนที่เกิดขึ้นย� และรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวกำลังหมุน หากเป็นรุนแรงก็จะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยย�ย� จะแตกต่างกับอาการมึนศีรษะ หรือเวียนศีรษะ (dizziness)ย� ที่มีอาการมึนย� งงย� ตื้อๆ รู้สึกหวิวๆย� เสียการทรงตัว ในบางราย จะมีอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลมย� แต่การเวียนศีรษะที่เรียกว่า โอาการบ้านหมุนโย� เกิดได้จากสาเหตุของโรคในหูชั้นในที่เรียกว่าย� โรคหินปูนในหูชั้นใน ซึ่งในหูชั้นในของคนเราจะมีส่วนประกอบหลักอยู่ 2 ส่วน คืออวัยวะรับเสียง (Cochlea) และอวัยวะรับการทรงตัว (Semicircular canal and otolithic organ)ย� ส่วนนี้จะทำหน้าที่คอยรองรับการทรงตัวและปรับความสมดุลของร่างกายตามท่าทางที่เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นท่านั่ง นอน หรือการหันซ้ายขวา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามารับการรักษาเกี่ยวกับหูชั้นในเกือบร้อยละ 50 มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนมาก่อนย� เกิดจากหูชั้นในมีความผิดปกติในส่วนของอวัยวะที่ควบคุมการทรงตัวย� ซึ่งเกิดจากหินปูนที่เป็นส่วนประกอบของอวัยวะรับการทรงตัวหลุดออก แล้วหล่นลงไปในท่อที่มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำในหูย� ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะที่มีความรู้สึกว่าบ้านหมุน กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการ โบ้านหมุนโ สำหรับกลุ่มเสี่ยง ที่อาจมีการหลุดของหินปูนในหู จนเกิดอาการ โบ้านหมุนโ เกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ ผู้ป่วยเคยประสบอุบัติเหตุ ได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะย� หรือมีการขยับศีรษะอย่างรุนแรงย� และเกิดจากการเสื่อมของอวัยวะตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้นย� ฉะนั้นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคหินปูนในหูชั้นในจึงอยู่ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานๆ นอกจากนั้นยังพบว่าผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า มีวิธีการดูแลผู้ที่มีอาการบ้านหมุนอย่างไร สำหรับผู้สูงอายุ ที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนั้น ต้องได้รับการเอาใจใส่ย� ควรระมัดระวังการเคลื่อนไหวของร่างกายและศีรษะ ไม่ควรเคลื่อนไหวเร็วเกินไปย� หรือในกลุ่มอายุต่างๆ ที่มีความเสี่ยงย� ควรงดเครื่องดื่มอาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะ เช่น กาแฟย� เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ย� และพักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยควรนอนให้ศีรษะทำมุมกับพื้นประมาณ 15-20 องศาย� สำหรับผู้ป่วยที่กำลังมีอาการเวียนศีรษะอยู่ย� ไม่ควรนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่างๆย� ขณะที่เกิดอาการ เช่น การขับรถย� การปีนป่ายในที่สูง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ แม้โรคนี้จะไม่ได้ก่อผลเสียที่ร้ายแรงต่อร่างกายมากนักย�ย� แต่ก็เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในผู้ป่วยที่เคยเป็น จึงสร้างความรำคาญใจและบั่นทอนสุขภาพทางจิตใจอย่างมาก ที่สำคัญการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากเกินไป และดื่มติดต่อกันเป็นเวลานานย� ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่เป็นสาเหตุของ โอาการบ้านหมุนโ ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ความสนุกชั่วข้ามคืนมาบั่นทอนคุณภาพชีวิตของเรา ย� พญ.วรรนธนีย� กล่าวทิ้งท้าย คลินิกหู คอ จมูก โรงพยาบาลเวชธานี www.vejthani.com |
|
 
 
 
 
ข่าวสุขภาพอื่นๆ
|
|
ไทยรัฐออนไลน์
โดย คลินิกหู คอ จมูก โรงพยาบาลเวชธานี 21 มกราคม 2554, 15:30 น. |