ศูนย์ลดน้ำหนักและสุขภาพออนไลน์ Healthy Clinic
"เคล็ดลับลดน้ำหนัก ลดความอ้วนและดูแลสุขภาพเพื่อคุณ"
 

รู้และเข้าใจภัยจากไวรัสตับอักเสบ

#
ผู้สนับสนุน
1
   - ทำงานอยู่ที่บ้าน
2
   -ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน

รู้และเข้าใจภัยจากไวรัสตับอักเสบ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจเพียงว่า ไวรัสตับอักเสบเป็นตัวการก่อให้เกิดตับอักเสบ มะเร็งตับ และตับแข็ง แต่หลายคนยังสับสนเกี่ยวกับชนิดของไวรัสตับอักเสบ เนื่องจากมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีลักษณะและคุณสมบัติแตกต่างกัน ช่องทางการติดต่อก็ต่างกัน บางชนิดมีวัคซีนป้องกันบางชนิดยังไม่มี

ไวรัสตับอักเสบมีกี่ชนิด?
ไวรัสตับอักเสบที่มักก่อให้เกิดอาการทางคลินิกในปัจจุบันมี 5 ชนิดด้วยกันคือ ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitisย� Aย� virus ;HAV) ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitisย� Bย� virus ;HBV) ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitisย� Cย� virus ;HCV) ไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitisย� Dย� virus ;HDV) ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitisย� Eย� virus ;HEV)

/

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบจะมีอาการแสดงได้ย� 2 แบบคือ

การติดเชื้อแบบเฉียบพลัน (Acute viral hepatitis)

อาการ :ย� มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีผื่น ปวดข้อ ร่วมด้วย ปัสสาวะมีสีเข้ม ต่อมาไข้จะลดลงผู้ป่วยจึงเริ่มมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง

การติดเชื้อแบบเรื้อรัง (Chronic viral hepatitis)
อาการ :ย� โดยทั่วไปผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติหรืออาจมีอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น เหนื่อย อ่อนเพลียเล็กน้อย ในผู้ป่วยติดเชื้อมานานอาจตรวจพบอาการและอาการแสดงของตับแข็งได้ การตรวจทางภูมิคุ้มกันจะสามารถบอกเชื้อก่อโรคได้ โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง คือ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และไวรัสตับอักเสบดี

ไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?
ไวรัสตับอักเสบที่พบได้บ่อยคือ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ในที่นี้ขอกล่าวถึงความแตกต่างของไวรัสทั้ง 3 ชนิดนี้

1.ไวรัสตับอักเสบเอย� (Hepatitis A virus)
การติดต่อของไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อโดยการกินน้ำ หรืออาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ มีระยะฟักตัวประมาณ 2 โ€“ 6 สัปดาห์
อาการและอาการแสดง
การติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการแต่ในผู้ใหญ่จะมีอาการแสดงของตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงและชัดเจนกว่าในเด็ก ผู้ป่วยจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจะไม่กลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
การป้องกัน
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถป้องกันได้ โดยการป้องกันการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ และการฉีดวัคซีน (Active immunization)

/

2.ไวรัสตับอักเสบบีย� (Hepatitis B virus)
การติดต่อของไวรัสตับอักเสบบี สามารถเกิดได้หลายทางคือ
การได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การฉีดยาเข้าเส้น การสักลาย การเจาะหู การใช้ของมีคม เช่นย� มีดโกนหนวดร่วมกัน เกิดจากการติดเชื้อในระหว่างคลอด การติดเชื้อในช่วงต้นของวัยเด็ก ความเสี่ยงในการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในผู้ที่มีคู่นอนหลายคน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจพบเชื้อในน้ำลายได้ แต่การติดต่อทางน้ำลายพบได้น้อยมาก

การป้องกัน
ไวรัสตับอักเสบบี สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ปัจจุบันประเทศไทยฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้เด็กแรกเกิดทุกคน ส่วนในผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยติดเชื้อและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือ

  • ผู้ประกอบอาชีพด้านการแพทย์
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
  • ผู้ป่วยไตวายที่รับการฟอกเลือดหรือผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับเลือดบ่อยๆ
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาฉีดเข้าเส้นหรือมีคู่นอนหลายคน


3.ไวรัสตับอักเสบซีย� (Hepatitis C virus)
การติดเชื้อสามารถติดต่อได้โดยการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การฉีดยาเข้าเส้น การติดต่อระหว่างคลอดจากแม่สู่ลูกพบได้ร้อยละ 5 โ€“ 6 และการติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
อาการ
ไวรัสตับอักเสบ ซี ชนิดเฉียบพลัน
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ในกลุ่มที่มีอาการจะพบว่ามีภาวะดีซ่าน เหนื่อย เพลีย มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียนและปวดท้องใต้ชายโครงขวา หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 โ€“ 12 สัปดาห์
ไวรัสตับอักเสบ ซี ชนิดเรื้อรัง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ บางรายอาจมีอาการเหนื่อย เพลีย ปวดท้องใต้ชายโครงขวาย� หรือตับโตได้ การติดเชื้อของผู้ป่วยประมาณร้อยละ 85 จะกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรัง ส่วนน้อยจะหายจากโรคได้เอง ในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังประมาณร้อยละ 20 โ€“ 30 จะเกิดตับแข็งในเวลา 10 โ€“ 20 ปี และหลังจากเกิดตับแข็งผู้ป่วยร้อยละ 2 โ€“ 7 จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับในเวลา 10 ปี
การป้องกัน
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซี การป้องกันไวรัสตับอักเสบซี สามารถทำได้โดย การตรวจคัดกรองเลือดที่รับบริจาค การใช้เข็มที่ปราศจากเชื้อ และการไม่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน

หากรู้จักวิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก็สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้

ข้อมุลจากโรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com

 
 
 
 
ข่าวสุขภาพอื่นๆ

ภน„ทยรัฐออนไลน์
โดย ไทยรัฐออนไลน์
14 ตุลาคม 2552, 17:03 น.

รู้ เข้าใจภัย ไวรัสตับอักเสบ
คำค้นยอดนิยม

ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดัน อาหารลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ลดขา วิธีลดน้ำหนัก คอลลาเจน ท้องผูก เพิ่มน้ำหนัก ลดแขน เนเจอร์กิฟ คลอโรฟิลล์ สูตรลดน้ำหนัก กลูตาไธโอน กลูต้าไธโอน glutathione ลดน่อง ลดพุง nature gift นิวทริไลท์ nutrilite กาแฟลดน้ำหนัก แบรนด์ brand's Kristie France California WOW Marie France Bodyline Slim Up Center ลดความอ้วน ลดพุง ลดความอ้วน
Copyright © 2012 http://www.healthyclinic.net/index.php