ศูนย์ลดน้ำหนักและสุขภาพออนไลน์ Healthy Clinic
"เคล็ดลับลดน้ำหนัก ลดความอ้วนและดูแลสุขภาพเพื่อคุณ"
 

บุหรี่กับการเกิดโรคมะเร็ง

#
ผู้สนับสนุน
1
   - ทำงานอยู่ที่บ้าน
2
   -ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน

บุหรี่กับการเกิดโรคมะเร็ง

ในปัจจุบันพบว่า ในควันบุหรี่จะมีสารก่อมะเร็งทั้งหมดประมาณ 42 ชนิด ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งรวมสารก่อมะเร็งมากที่สุด สำหรับกลุ่มที่มีผลต่อโรคมะเร็งคือ ทาร์หรือน้ำมันดิน ซึ่งบางคนเรียกว่าเป็นคราบบุหรี่นั่นเอง ทาร์หรือน้ำมันดินจัดเป็นกลุ่มที่น่าสพึงกลัวที่สุด เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวรุกรานเงียบ สำหรับสารที่เป็นส่วนประกอบของทาร์ หรือน้ำมันดิน คือพวกกลุ่มไฮโดรคาร์บอน จะมีการรวมตัวกันเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด โดยตัวของมันเองจะมีสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง สำหรับกลุ่มที่มีผลต่อโรคมะเร็งคือ ทาร์หรือน้ำมันดิน ซึ่งบางคนเรียกว่าเป็นคราบบุหรี่นั่นเอง ทาร์หรือน้ำมันดินจัดเป็นกลุ่มที่น่าสพึงกลัวที่สุด เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวรุกรานเงียบ สำหรับสารที่เป็นส่วนประกอบของทาร์ หรือน้ำมันดิน คือพวกกลุ่มไฮโดรคาร์บอน จะมีการรวมตัวกันเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด โดยตัวของมันเองจะมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง

สารพิษในควันบุหรี่มีประมาณ 4,000 ชนิด แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่ม คือ


โ€ขย�ย�ย� ทาร์หรือน้ำมันดิน
โ€ขย�ย�ย� นิโคติน
โ€ขย�ย�ย� ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

นอกจากนี้ในควันบุหรี่ยังมีสารบางชนิดที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้ ถ้ารวมกับสารเคมีชนิดอื่นๆ ในควันบุหรี่ นอกจากนี้ในควันบุหรี่ยังมีสารที่เร่งสารเจริญเติบโตของมะเร็ง หากผู้สูบบุหรี่นั้นๆ มีมะเร็งอยู่ในร่างกายแล้ว

การเกิดโรคมะเร็ง

1.ย�ย�ย� จากสถิติของโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า มีจำนวนถึงร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีสาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ รองจากสารก่อมะเร็งที่มีอยู่ในอาหาร และสารปรุงแต่งทุกชนิด
2.ย�ย�ย� มะเร็งที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้แก่ มะเร็งปอด ลำคอ กล่องเสียง ช่องปาก และหลอดอาหารส่วนต้น นอกจากนี้ยังมีมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ตับอ่อนและปากมดลูกอีกด้วย
3.ย�ย�ย� การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้ถึงร้อยละ 87 นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งคอหอย มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
4.ย�ย�ย� ผู้ได้รับควันบุหรี่ในอากาศโดยมิได้สูบ เรียกว่า ผู้สูบบุหรี่มือสอง มีอัตราการตาย 3,000 คนต่อปีในสหรัฐอเมริกา
5.ย�ย�ย� อัตราความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และโรคจากการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการสูบ
6.ย�ย�ย� การเลิกสูบบุหรี่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก และมีผลทันที ซึ่งรวมไปถึงการลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดและมะเร็งอื่นๆ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือเตก และโรคปอดเรื้อรัง

มะเร็งปอด

1.ย�ย�ย� ความเสี่ยงของการเกิดโรคโรคมะเร็งปอด โดยเฉลี่ยผู้สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 12 เท่า แต่หากสูบมานาน 21- 40 ปี โอกาสเสี่ยงมากว่าผู้ไม่สูบถึง 30 เท่า และจากสถิติของสหรัฐอเมริกา พบว่า ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มิได้สูบบุหรี่เกิดโรคมะเร็งจากควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ

2.ย�ย�ย� มะเร็งปอดจัดเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งในชายไทย ส่วนในภาคเหนือที่มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด พบว่า มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดทั้งในบุรุษ และสตรีสูงกว่าภาคอื่นๆ นอกจากนี้จากสถิติการเกิดมะเร็งปอดในประเทศไทย พบว่า ภาคเหนือของประเทศไทยมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงสุด ทั้งนี้อาจเนื่องจากอัตราการสูบบุหรี่ในภาคเหนือสูงกว่าในภาคอื่นๆ

3.ย�ย�ย� หากผู้สูบบุหรี่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรในปอด จะสามารถความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดได้ และหากเลิกได้นาน 10-15 ปี จะลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดลงครึ่งหนึ่ง ผู้ที่สูบบุหรี่จัด มากกว่าวันละ 1 ซอง ถ้าเริ่มสูบบุหีรี่ตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด และโรคภัยจากบุหรี่สูงที่สุด

คำแนะนำ

1.ย�ย�ย� ถ้าหากท่านยังไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนขอให้ตัดสินใจให้ดี ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว ก็คงยังไม่สายเกินไปที่จะเลิกบุหรี่ เพราะสองสิ่งแรกที่ท่านจะได้รับทันทีจากการเลิกสูบบุหรี่คือ ตัวท่านรับสารพิษน้อยลงไป และบุญกุศลจากการที่ท่านจะไม่ทำร้ายผู้อื่นอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายคนในครอบครัวของท่านเอง

2.ย�ย�ย� อนุมูลอิสระมีบทบาททั้งในกระบวนการเริ่มต้นและการส่งเสริมการเกิดโรคมะเร็ง โดยการเปลี่ยนแปลงในระดับดีเอ็นเอของเซลล์ อนุมูลอิสระฮัยดรอกซิลกรุ้ป สามารถเข้าจับกับดีเอ็นเอ แล้วส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเบสพิวรีน และไพริมิดีน โดย oxidative lesion ที่เกิดบนดีเอ็นเอของเซลล์ปกติ โดยเฉลี่ยเท่ากับ 1 ต่อเบส 106 เบส ซึ่งจำนวนนี้ยังสูงกว่าการจับของสารก่อมะเร็ง กับเบสของดีเอ็นเอของเซลล์ที่สัมผัสอยู่กับสารก่อมะเร็งเสียอีก ดังนั้นจึงไม่น่าสงสัยเลยว่าการทำลายของ ดีเอ็นเอโดยอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเองในร่างกายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเจริญของเซลล์มะเร็งเมื่อคนมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ

3.ย�ย�ย� ปัจจัยสำคัญของการเจริญของเซลล์มะเร็ง น่าจะเกี่ยวข้องกับการกลายพันธ์ของยีน p53 ซึ่งเป็นยีนกดการเจริญของเซลล์มะเร็ง โดยการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ ถ้ายีน p53 โดนยับยั้งจะทำให้เซลล์ที่ดีเอ็นเอถูกทำลายสามารถผ่านเข้าสู่ cell cycle เพื่อการแบ่งตัวกลายเป็นเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอดังกล่าวจะทำให้เกิดสารผลลัพธ์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบคือ 8-hydroxy-2-deoxyguanosine (8-OH-dG) โดยจัดว่าเป็นตัวชี้วัดทางชีววิทยาตัวหนึ่งที่สามารถวัดได้ทั้งใน และนอกร่างกายของคนหรือสัตว์ทดลอง นอกเหนือจากการทำลายดีเอ็นเอโดยตรงโดยอนุมูลอิสระแล้ว การทำลายโดยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ยังเกิดได้กับไขมัน หรือโปรตีน ยกตัวอย่างเช่น เอนไซม์ที่ใช้ซ่อมแซมดีเอ็นเอ ซึ่งสุดท้ายก็จะนำไปสู่การทำลายพันธุ์ของดีเอ็นเอนั่นเอง

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
http://www.bangkokhospital.com
http://www.bangkokhealth.com
 
 
 
 
ข่าวสุขภาพอื่นๆ

ไทยรัฐออนไลน์
โดย โรงพยาบาลกรุงเทพ
9 กุมภาพันธ์ 2553, 14:00 น.

บุหรี่ การเกิดโรคมะเร็ง
คำค้นยอดนิยม

ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดัน อาหารลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ลดขา วิธีลดน้ำหนัก คอลลาเจน ท้องผูก เพิ่มน้ำหนัก ลดแขน เนเจอร์กิฟ คลอโรฟิลล์ สูตรลดน้ำหนัก กลูตาไธโอน กลูต้าไธโอน glutathione ลดน่อง ลดพุง nature gift นิวทริไลท์ nutrilite กาแฟลดน้ำหนัก แบรนด์ brand's Kristie France California WOW Marie France Bodyline Slim Up Center ลดความอ้วน ลดพุง ลดความอ้วน
Copyright © 2012 http://www.healthyclinic.net/index.php