ปรับพฤติกรรมต้านโรคหัวใจ
ยินดีตอนรับสู่ Healthy Clinic
"อันดับ 1 ในการดูแลสุขภาพคุณด้วยโภชนาการ"
 

ปรับพฤติกรรมต้านโรคหัวใจ


ปรับพฤติกรรมต้านโรคหัวใจ

วัฒนธรรมการบริโภคแบบชาวตะวันตกที่เข้ามามีผลในการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นทุกทีๆ จากเดิมที่เคยใช้ชีวิตกันแบบสบาย ๆ อาหารการกินก็เป็นแบบไทย ๆ กลายมาเป็นชีวิตที่รีบเร่งแข่งขันกันทุกวินาที อาหารก็กลายเป็นฟาสต์ฟู้ดที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว แต่อุดมไปด้วยไขมันและสารที่อาจเป็นพิษต่อร่างกาย ทั้งหมดนี้ทำให้มีกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดกันมากขึ้นทุกที อย่างไรก็ตามตัวเราเองสามารถ โ€œเลือกโ€ ที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้ได้ พญ.วรนุช จุนพึ่งพระเกียรติ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี มีข้อแนะนำในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจขาดเลือดมาฝากกัน

ปรับเปลี่ยน lifestyle ของตนเองเล็กน้อย

ออกจะเป็นอะไรที่กว้างไปสักหน่อย แต่ทราบไหมว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากจริงๆ ทำง่ายประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย ยกตัวอย่างเช่นการออกกำลังกาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนไปฟิตเนสหรอกเลย แค่คุณหมั่นทำตัวให้ active อยู่เสมอ ไม่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกมากจนเกินไปย�ย� การทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆย� ออกแรงเดินไปซื้อของหน้าปากซอยสักหน่อย การออกกำลังกายสะสมไปเรื่อยๆย� อย่างน้อยวันละ 30 นาที (หรือมากกว่าวันละ 60 นาที หากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วย ) แค่นี้ก็ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้แล้ว นอกจากนั้นยังลดโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กระดูกพรุน โรคอ้วน โรคซึมเศร้า รวมทั้งมะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

อีกประการที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ก็ควรเลิกสูบบุหรี่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ดีต่อปอดและหัวใจของคุณเองและคนข้างๆย� ถ้าใครยังไม่สามารถหยุดด้วยตัวเองได้ ปัจจุบันแพทย์มีการรักษาหลายอย่างที่ช่วยได้ ทั้งยากิน ยาแปะผิวหนัง หมากฝรั่ง รวมถึงการเข้ากลุ่มกิจกรรมที่ช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ระวังการกินสักหน่อย
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายต่อหัวใจคุณ แน่นอนที่สุดคืออาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันที่เราเรียกว่า ไขมันอิ่มตัว โดยเฉพาะกรดไขมันชนิดทรานส์ ( trans fatty acids) ซึ่งไขมันชนิดอิ่มตัวนี้ พบมากในไขมันจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยเฉพาะนม เนยและไข่ย� ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ส่วนกรดไขมันชนิดทรานส์นั้น อาจจะไม่ค่อยรู้จักกันแพร่หลายมากนักย�ย� กรดไขมันชนิดนี้เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงน้ำมันพืชในรูปของเหลวให้กลายเป็นมาการีน และไขมันที่อยู่ในรูปกึ่งเหลวเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งน้ำมันพืชในรูปนี้สามารถเก็บรักษาได้นาน ราคาก็ถูก ใช้ทอดอาหารได้มากและมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก เราจึงพบกรดไขมันชนิดนี้ปนอยู่กับอาหารปรุงสำเร็จหลายชนิด รวมถึงอาหารที่เรารับประทานตามร้านอาหารนอกบ้าน ยกตัวอย่างอาหารที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น มันฝรั่งทอด (French fried), ไก่ทอด,นักเก็ตปลาและไก่, พิซซา, ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบบรรจุถุง,ข้าวโพดคั่ว โดยเฉพาะชนิดใส่ในไมโครเวฟ, ขนมปัง, โดนัท คุกกี้ มัฟฟิน เค้ก แครกเกอร์และมาการีน ในปัจจุบันองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้กำหนดให้อาหารเหล่านี้ต้องมีฉลากแสดงปริมาณกรดไขมันชนิดทรานส์ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และโดยทั่วไปเราไม่ควรบริโภคเกินร้อยละ 0.5- 1 ของปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องได้รับในแต่ละวัน ( เช่น คนปกติต้องการสารอาหาร 2000 แคลอรี่ต่อวัน พลังงานที่ได้จากกรดไขมันชนิดทรานส์นี้ ต้องไม่เกินวันละ 60-70 แคลอรีต่อวัน)

ความร้ายกาจของเจ้ากรดไขมันตัวนี้มีมากมาย ถึงแม้จะเป็นปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ปริมาณไขมันที่ไม่ดี (LDL cholesterol) ในเลือดเพิ่มขึ้น และไขมันชนิดดี (HDL cholesterol) ลดต่ำลง เกิดการอักเสบในหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น เหล่านี้นำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย และการเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจได้ นอกจากนั้นยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

อาจมีคำถามตามมาว่า เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารนั้นมีปริมาณกรดไขมันนี้จำนวนเท่าไร ถ้าเป็นอาหารที่มาจากทางสหรัฐอเมริกาจะมีการแจ้งปริมาณที่ฉลาก แต่ในกรณีของไทย ส่วนมากยังไม่มีการแสดงปริมาณกรดไขมันชนิดทรานส์ในฉลากอาหารที่ผลิตในประเทศไทยย� ดังนั้นเราควรจะระวังลดปริมาณอาหารที่อาจมีกรดไขมันนี้จำนวนมาก และผู้ผลิตอาหารทั้งหลายก็ควรจะร่วมมือเปลี่ยนไปใช้ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวแทน

รับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับหัวใจคุณให้มากขึ้น

แนะนำให้รับประทานอาหารเหล่านี้ เช่น ขนมปังโฮลวีท,ข้าวซ้อมมือ, ผักและผลไม้,นมพร่องมันเนย, อาหารที่มีไขมันต่ำทั้งหลายรวมทั้งที่มีปริมาณเกลือต่ำ, เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ปลาทะเลที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน ทูน่า ปลาดุกทะเล ถ้าคุณรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นประจำแล้ว ย่อมจะทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยลง และอย่าลืมควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยการคำนวณจาก BMI (Body Mass Index = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วย ส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง) ให้อยู่ระหว่าง 18.5 ถึง 24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร รักษารอบเอวให้น้อยกว่า 36 นิ้วสำหรับผู้ชาย และน้อยกว่า 32 นิ้วในผู้หญิง รวมทั้งควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีให้เหมาะสมกับช่วงวัยของคุณอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้คุณก็จะห่างไกลจากโรคหัวใจขาดเลือดได้ และมีหัวใจที่แข็งแรง ทำงานได้ดีอย่างยาวนาน


ข้อมูลจากโรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com
 
 
 
 
ข่าวสุขภาพอื่นๆ

ภน„ทยรัฐออนไลน์
โดย ไทยรัฐออนไลน์
31 สิงหาคม 2552, 16:49 น.
สามารถติดต่อศุนย์สุขภาพ Healthy Clinic ได้ที่
     email : healthyclinic@hotmail.com
     email : healthyclinic@gmail.com
     email : healthyclinic@live.com
ปรับพฤติกรรมต้านโรคหัวใจ
คำค้นยอดนิยม

ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก มะเร็ง เบาหวาน ความดัน อาหารลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ลดขา วิธีลดน้ำหนัก คอลลาเจน ท้องผูก เพิ่มน้ำหนัก ลดแขน เนเจอร์กิฟ คลอโรฟิลล์ สูตรลดน้ำหนัก กลูตาไธโอน กลูต้าไธโอน glutathione ลดน่อง ลดพุง โภชนาการ ผิวพรรณ nature gift นิวทริไลท์ nutrilite กาแฟลดน้ำหนัก แบรนด์ brand's Kristie France California WOW Marie France Bodyline Slim Up Center
Copyright © 2010 http://healthyclinic.net/index.php